yoong 1 : สมาชิกใหม่ของครอบครัวตั้งสติมั่น
สวัสดีเพื่อนๆ ที่ติดตามบล็อกหลายแนวของ “ปรยา” หรือ “ปรีดา ลิ้มนนทกุล” บทความตอนแรกของ บล็อก “ยุ่งคุง” นี้ คือ สมาชิกใหม่ของคอบครัวตั้งสติมั่น ชื่อ “ยุ่ง” ครับ สาเหตุก็เพราะว่า ตอนเจ้ายุ่งเกิดนั้น ยุ่งจริงๆ
เริ่มจากกำหนดคลอดของเจ้ายุ่งนั้น คือ ช่วงกลางเดือนตุลาคม แต่ว่า 28 กันยายน 2551 ก็ออกซะแล้ว สงสัย เจ้ายุ่งคงจะอยากรีบออกมานับอายุเร็วๆ ดังนั้น เรื่องจึงยุ่งไปหมดเลยครับ ทั้งสถานที่ก็ยังเตรียมไม่เสร็จ ต้องขนของ ต้องเคลียร์งานต่างๆ สรุปว่ายุ่งไปหมด คุณย่าประไพ ก็เลยตั้งชื่อ “ยุ่ง” ซะเลยครับ งั้นลองชมภาพช่วงแรกเกิด กันก่อนนะครับ
ตอนต่อไป ผมจะนำภาพ เจ้ายุ่งที่โตขึ้นอีก 2 อาทิตย์ครับ ว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร คอยตามชมกันนะครับ
ขอบคุณครับ
ปรยา
5/11/08
Read Full Post »
A25 : งาน WordCamp Bangkok 2008
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกเกอร์ทุกคน ผมได้ไปงาน WordCamp Bangkok 2008 ที่จัดที่ TCDC มานะครับ จึงอยากจะเขียนบทความที่ได้เข้าร่วมงานนะครับ แต่อาจจะเขียนในอีกมุมมองหนึ่ง เป็นเรื่องของความรู้สึกเสียมากกว่า ที่จะเขียนในประเด็นภาพรวม เพราะเพื่อนๆ หลายคนก็ได้เขียนไว้หลายบทความแล้ว ซึ่งเป็นบทความที่ดีๆ ทั้งนั้น รวมทั้งเพื่อนๆ ก็ยังมีการถ่ายภาพได้แทบทุกขั้นตอน ผมจึงคิดว่า ขอนำลิ้งค์ที่คุณโอ๊ด (ผู้บริหารของกระปุก และเป็นแม่งาน ของงานนี้ครับ) ได้รวบรวมไว้ให้เพื่อนๆ เข้าไปดูดีกว่าครับ ที่บทความนี้ มิตรภาพบังเกิด : WordCamp Bangkok 2008
.
คราวนี้ก็มาถึงบทความของผม ผมขอกล่าวรวมกันทั้ง ก่อนไปร่วมงาน ขณะร่วมงาน และหลังจากร่วมงาน เริ่มเลยละกันครับ
.
มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้รับการติดต่อจากคุณโอ๊ด (กระปุกดอทคอม) ว่า ผมสนใจจะร่วมงาน WordCamp Bangkok 2008 ในฐานะวิทยากรรับเชิญ (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี อาจเรียกว่า เป็นบล็อกเกอร์รับเชิญ ก็ได้ครับ) ในช่วง [...]
Read Full Post »
สวัสดีครับ เพื่อนๆ ผู้อ่านทุกคน บทความคราวนี้ผมขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในวัยเด็กของผมอีกครั้ง สมัยมัธยม 2 ซึ่งส่วนตัวแล้วค่อนข้างแน่ใจว่า เหตุการณ์ดังกล่าว น่าจะเคยเกิดกับเพื่อนๆ อีกหลายคนแน่นอนครับ งั้นลองอ่านกันเลยนะครับ
นักเรียนส่วนใหญ่ก็มักทานข้าวที่โรงอาหารของโรงเรียนอยู่แล้ว ที่จะเอาข้าวมาทานเองสมัยนี้คงมีน้อยลงทุกที ยิ่งสังคมของคนในกรุงเทพฯ แล้วคงเป็นอย่างที่ผมกล่าวถึง ผมก็คงทานข้าวที่โรงอาหารอยู่ทุกวันอยู่แล้ว และแล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตของผมอีกเหตุการณ์หนึ่ง หลังจากผู้อ่านได้ลองอ่านหัวเรื่องของบทความแล้วคงพอจะเดาเหตุการณ์ออกว่าน่าจะเป็นเรื่องอะไรนะครับ และก็คงอาจจะนึกต่อว่า แค่เรื่องได้เงินทอนเกินมันจะสำคัญแค่ไหนกันเชียว ลองอ่านต่อนะครับ เพราะสำหรับผมแล้ว ผมสำคัญทีเดียว
มีอยู่วันหนึ่ง ที่ผมให้ธนบัตรใบละ 20 บาท เพื่อซื้อข้าวแกงจานละ 5 บาท (ตอนนั้นผมคงอายุราวๆ 13 ย่าง 14 ปี คงช่วง พ.ศ.2528) ปรากฏว่าคุณป้าร้านข้าวแกงกลับทอนเงินให้ผม 495 บาท คือแกคิดว่าผมให้เป็นธนบัตร 500 บาท ดูสิครับเหมือนผมกำลังถูกทดสอบจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยครับ แล้วเด็กอย่างผมจะทำอย่างไรดี
ความรู้สึกแรกเริ่มเลยที่ได้รับเงิน 495 บาท (ผมจัดลำดับความคิดเป็นขั้นตอนให้เลยนะครับ)
เราให้ธนบัตรอะไรไปนะ, แค่ 20 บาทนี่นา (แสดงว่าตัวผมรู้แล้วว่าคุณป้าน่าจะทอนเงินผิด)
เมื่อเห็นเงินที่เกินมา 480 บาทก็รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้เงินเกิน (แสดงว่าผมกำลังยินดีกับเงินฟรี ที่ได้มาอย่างง่ายๆ [...]
Read Full Post »
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่ผ่านมาคือเป็นการพูดโกหก ขโมยขนม และขโมยเงิน แต่บทความคราวนี้เริ่มมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากอาม้าผมแล้ว คือการนำลูกแมวที่มีหลายตัว และหลายครั้งไปปล่อยที่วัดครับ
ขอเริ่มต้นเรื่องจากบ้านของผมเป็นร้านขายของโชวห่วย แถวตลาดศรีเขมา เป็นตึกแถวที่ปัจจุบันร้างไปหมดแล้ว ตึกเก่ามากแล้ว น่าจะเกิน 40 ปี สมัยที่ผมอยู่นั้น นอนดิ้นหน่อย ถ้าหัวหรือขาไปโดนผนังปูน ปูนจะหลุดร่อนออกมาเลย เวลารถสิบล้อวิ่งผ่าน หน้าต่างก็จะสะเทือน ดีแล้วที่ย้ายออกมา
ที่เล่าให้ฟังว่าตึกเก่าแล้ว เพื่อจะโยงให้เห็นภาพว่า ดังนั้นใต้ตึกก็เก่ามากเช่นกัน จึงเป็นที่อยู่ของสัตว์ยอดฮิตประจำเมือง ทั้งแมลงสาบ (เคยเขียนบทความเกี่ยวกับแมลงสาบด้วย) หนู เป็นต้น และเจ้าหนูนี่แหละครับ มันกินดะทุกอย่าง (อาจไม่กินก็ได้ ดูเหมือนมันจะเกเรมากกว่า) พวกมันกัดทุกอย่าง
กัดสบู่ ก็ขายใครไม่ได้ ต้องเอาไว้ใช้อาบน้ำเอง
กัดขนม-มาม่า อันนี้เลิกกันเลย กินไม่ได้อยู่แล้ว
กัดกล่องนม อันนี้โชคดีหน่อยสามารถเก็บไว้เปลี่ยนกับคนส่งได้ คือขอให้เขาช่วยรับคืนครับ เป็นต้น
เพื่อนๆ เห็นภาพแล้วนะครับว่า ด้วยเหตุนี้เองที่บ้านผมมีความจำเป็นต้องเลี้ยงแมว ลายเสือด้วย สีเทา ดำ ขาว 3 สี และดุมาก เล็บคม ตบเก่ง หมาแถวบ้านยังไม่ยุ่งเลย แถมเจ้าชู้อีกต่างหาก ผมตีความเอาเองนะครับ เพราะมันท้องบ่อยมาก จนไม่ต้องนับรุ่นกัน [...]
Read Full Post »
สวัสดีครับทุกคน ผมเคยขโมยขนม เพื่อนำของเล่นมาเล่นในวัยเด็ก แต่ยังมีสิ่งไม่ดีอีกอย่างที่มากกว่า ” ขโมยขนม ” ก็คือ ” ขโมยเงิน ” ครับ ผมเริ่มขโมยเงินตอนประมาณ ประถม 6 – ม.1 เพื่อจะนำไปซื้อการ์ตูนเรื่องโดเรมอน หรือโดราเอมอน
เริ่มเรื่องจากผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ชวนผมอ่านหนังสือการ์ตูน (เหมือนให้ลองยาเสพติด ยังไงอย่างงั้น) อ่านแล้วก็ติดครับ สนุกมาก แรกๆ เพื่อนผมก็ให้ยืมมาที่บ้าน พอนานๆ เข้า เพื่อนผมก็ไม่ให้อ่านฟรีแล้วครับ (เอาเข้าแล้วครับ พอเราติดการ์ตูน อยากอ่าน ต้องหาเงินมา เหมือนอยากเสพยา ก็ต้องหาเงินมาซื้อ)
ตอนนั้นการ์ตูนเล่มละ 10 บาท เพื่อนผมขายครึ่งราคา 5 บาท ผมจึงอดเงินรายวันเพื่อมาซื้อ แต่ไม่พอครับ เพราะมีการ์ตูนที่อยากอ่านหลายเล่ม เพื่อนผมจึงสอนขโมยเงิน มันง่ายมากครับ (เรื่องเลวๆ มักจะง่ายที่จะปฏิบัติ)
เนื่องจากบ้านผม และเพื่อนผม เป็นร้านขายของโชวห่วยเหมือนกัน ดังนั้นเวลาขายของ ก็ต้องมีการทอนเงิน หมายถึงว่า ผมและเพื่อนมีโอกาสที่จะเปิด-ปิด ลิ้นชักเงินได้อย่างง่ายดาย [...]
Read Full Post »
สวัสดีครับ ทุกคน บทความในบล๊อกนี้อาจจะดูแนวเขียนแปลกๆ แต่อยากให้ลองอ่านกันครับ เผื่อว่าจะได้ข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ เพราะผมอยากเปิดใจทั้งสิ่งดีๆ ที่จะเป็นประโยชน์ และสิ่งที่เคยผิดพลาดเพื่อเป็นแนวคิดให้ผู้อ่านครับ
บทความตอนนี้ ผมขอเขียนถึง ” การขโมย ” เมื่อตอนประถม 5 ผมย้ายมาอยู่กับอาม้า (ภาษาจีนแต้จิ๋ว) แล้วอยากได้ของเล่นพลาสติก ที่เป็นรถแบบต่างๆ เป็นเรือ เป็นต้น แถมมากับขนมยี่ห้อกูลิโกะ ชอบมากๆ ครับ แต่ราคาค่อนข้างแพง น่าจะ 8-9 บาท อาม้าจึงไม่ยอมให้ พอนานๆ เข้า ความอยากได้ก็มากขึ้น จึงต้อง “ขโมย” แต่เป็นการขโมยของ
เมื่อขโมยขนมที่บรรจุของเล่นอยู่ในกล่องเสร็จ ก็นำขนมพร้อมกล่องไปซ่อนไว้ใต้เตียง ซึ่งภายหลังความจริงก็ถูกเปิดเผย เพราะความลับไม่มีในโลก มีเพียงระยะเวลาเท่านั้น ผมจึงถูกไม้ขนไก่ตามระเบียบ
เหตุการณ์นี้ทำให้ผมเปลี่ยนวิธีเป็นลักษณะอื่นแทน เช่น ทำงานแล้วค่อยขอขนมหรือสิ่งที่อยากได้ และทำให้ผมพัฒนาตัวเองเป็น ทำของเล่นเอง เมื่ออยากได้อะไร ที่ตัวเองพอทำขึ้นมาได้ จะทำทันที
ในความคิดของผม ในแง่ดีนะครับ ถ้าใครก็ตามที่ได้ผ่าน ” ความคิดที่จะขโมย ” และถ้ามีโอกาสได้ลงมือมาก็ถือว่าครบสูตร [...]
Read Full Post »
โดยปกติแล้ว มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับการเวียนว่ายตายเกิดไม่จบสิ้น อยู่กับการชดใช้เวรกรรมที่เคยสร้างไม่ว่าจะเป็นชาติที่แล้ว หรือชาตินี้ อยู่กับการได้รับผล กับสิ่งที่ตัวเองได้เคยทำ ได้สร้างไว้ ตามหลักการทางพุทธศาสนา ซึ่งอันที่จริงแล้ว ผมคิดเอาเองว่า มันเป็นตรรกะของธรรมชาติ ปลูกอะไรย่อมได้สิ่งนั้น
และผมก็ยังมีความเชื่ออีกว่า ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ไม่เคยทำผิด ไม่เคยทำไม่ดี ไม่เคยทำชั่ว แม้แต่ครั้งเดียวในขณะที่ยังมีชีวิต ซึ่งอาจจะตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ดังนั้นแล้ว ในความคิดของผม มนุษย์ที่ดี มนุษย์ที่ประเสริฐนั้น ไม่ใช่มนุษย์ที่ดีที่สุด ไม่เคยทำผิดเลย ไม่เคยทำชั่ว ไม่เคยคิดเลว หากแต่เป็นมนุษย์ที่ทำเลวน้อยครั้งที่สุดต่างหาก
เปรียบเสมือนหนังสือ ที่ว่า หนังสือที่ดีที่สุด คงไม่มี หากแต่เป็นหนังสือที่มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดต่างหาก
ผมจึงอยากหยิบแง่มุมที่ ” อาจจะคิด หรือ เคยทำ ไปในทางไม่ดี “ มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นกระจกสะท้อนความเป็นมนุษย์ให้กับผู้อ่านได้ลองนำไปพิจารณา วิเคราะห์ ไตร่ตรอง จนตกผลึกทางด้านทัศนคติ และอาจจะนำไปปรับใช้ หรือเป็นข้อคิด หรือเป็นอุทธาหรณ์ หรืออะไรก็ได้ ที่จะพอเกิดประโยชน์กับคุณ
ถ้าอย่างนั้นผมขอเริ่ม บทความแรกคือ ” ความพยายามที่จะทำเลวครั้งแรก เท่าที่จำได้ “ เลยนะครับ
” [...]
Read Full Post »